ธันวา..พาพ่อเที่ยว

ใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว.. มีไอเดียกันหรือยังคะว่าจะพาพ่อไปเที่ยวที่ไหนดี.. ถ้ายังคิดไม่ออกมาอ่านที่นี่เลย เดี๋ยวตามรอยจ๋าได้ 🙂  ปีก่อนจ๋าพาครอบครัวไปฉลองวันพ่อกันใกล้ๆกรุงค่ะ เหตุผลก็ไม่มีอะไร ขี้เกียจขับรถไกลๆช่วงเทศกาลอ่ะนะ ก็อย่างที่เรารู้ๆกันว่าช่วงเทศกาลคน กทม จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเยอะมากๆๆๆๆ แค่เจอรถติดตอนเข้าออกจากเมืองกรุงก็เหนื่อยแล้วเพราะงั้นจะกินจะเที่ยวก็อย่าให้เหนื่อยมากเลย  และทริปนี้เราก็ไปปักหมุดที่เมืองกาญจนบุรีค่ะ ดูเหมือนใกล้ ดูเหมือนไม่มีอะไรนะ แต่เดี๋ยวเราจะพาไป.. ใกล้และดีก็มีให้เที่ยวนะ

สมาชิกในทริปนี้ก็ได้แก่ คุณพ่อ คุณแม่ คุณพี่ชาย คุณหลานชาย และตัวเราค่ะ เหตุผลที่เลือกเมืองกาญจน์ก็มี 2-3 ประการ อย่างแรก.. เราอยากพาทุกคนไปดูงานแสงสีเสียงที่สะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งจะจัดขึ้นปีละครั้งในช่วงปลายเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน ธ.ค. เท่านั้น  อย่างที่สอง.. เราอยากพาหลานไปตามรอยประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากคุณหลานชายอินกับ World War มากๆๆๆ เลยสนอง need ฮีหน่อย คือเราเป็นแบบนี้หล่ะค่ะ เวลาจะเลือกเที่ยวหรือเลือกของเล่นให้หลานก็อยากให้มีประโยชน์แฝงบ้างไม่มากก็น้อย ออกแนว Edutainment ไงคะ  ส่วนประการสุดท้ายก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าอยากเที่ยวใกล้ๆ ไม่อยากเหนื่อยกับการเดินทางมาก กาญจนบุรีนี่ห่างจากรังสิตบ้านเราแค่ 140 กม. เอง ขับรถเล่นๆชิลล์ๆแป๊บนึงก็ถึงแล้ว เอาหล่ะ.. เรามาออกเดินทางกันเถอะ..

เราออกจากรังสิตแต่เช้าเลยค่ะ ตี 5 กว่าๆ จากรังสิตเราวิ่งเส้น 346 แป๊บๆก็ถึงตัวเมืองกาญจนบุรีแล้วค่ะ โดยจุดหมายแรกที่เราไป คือ วัดถ้ำเสือ ที่ อ.ท่าม่วง ถึงก่อนตัวเมืองกาญจน์ประมาณ 12 กม. การเดินทางก็ไม่ยากค่ะ เปิด Google Map เอาแล้วขับรถตามเลย ฮาาาาาาาาาาา  วัดถ้ำเสืออยู่ติดกับวัดถ้ำเขาน้อยเลยนะคะ หากมีเวลาเยอะจะเที่ยวชมทั้งสองวัดก็ได้ ส่วนเราเวลาจำกัดนิดนึงเลยเลือกชมแค่วัดถ้ำเสือที่เดียวค่ะ

วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่นมากกกกกกกกก สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกลเพราะตั้งอยู่บนเนินเขา และเมื่อเราขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาทและนมัสการหลวงพ่อชินประทานพรแล้ว เราก็จะได้ชมวิวในมุมสูงแบบพาโนรามาด้วย ช่วงที่เราไปเป็นภาพทุ่งนาสีทอง สวยงามมากๆเลยค่ะ

Picture 1475
พระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท Zoom มาได้เท่านี้หล่ะ
Picture 1470
หลวงพ่อชินประทานพร เป็นพระธานองค์ใหญ่ที่สุดในกาญจนบุรี
Picture 1443
ทํศนียภาพจากมุมสูงที่วัดถ้ำเสือ ลิบๆนั่นคือแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำสายสำคัญของภาคกลาง
Picture 1477
ด้านหลังวัดเป็นภาพทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว

การขึ้นไปสักการะฯด้านบนสามารถทำได้สองวิธี คือ จะเดินขึ้นบันไดไปก็ได้ประมาณร้อยกว่าขั้น หรือไม่ก็นั่ง Cable Car ที่ทางวัดให้บริการ ค่าใช้จ่ายคนละ 10 บาท เท่านั้น แต่แอบกระซิบนิดนึงนะคะ.. เราคิดว่าทางวัดดูแล Cable Car ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูโทรมและไม่ค่อยปลอดภัย เราอยากให้ทางวัดปรับปรุงในส่วนนี้ค่ะเพราะหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมามันไม่คุ้มค่าแน่นอน

Picture 1428
เส้นทางรถรางขึ้นไปบนเนินเขาของวัดถ้ำเสือ
Picture 1436
ภาพหนุ่มน้อยที่กำลังตื่นเต้นกับการนั่ง Cable Car แต่สังเกตุนะคะว่าในตัวรถก็ค่อนข้างจะเก่าและโทรม เรานั่งไปก็เสียวไป กลัวมันวิ่งถอยหลังค่ะ ฮาาาา

สำหรับวัดถ้ำเสือเราขอยกให้เป็น A Must to Visit เลยนะคะ และขอแนะนำว่าให้ไปเช้าๆหน่อยเพราะสายๆแล้วคนจะเยอะ ทัวร์จะลง จะไม่ได้ชื่นชมความงามขององค์พระกับธรรมชาติรอบๆได้เต็มที่ค่ะ อ้อ.. ทางเข้าอาจจะซับซ้อนนิดนึง ใช้วิธีถามชาวบ้านก็ได้นะคะ เค้าน่ารักและใจดีทุกคนเลยค่ะ

แผนที่วัดถ้ำเสือ

+++++++++

เป้าหมายต่อไปของเราคือ ต้นจามจุรียักษ์ เป็น Unseen จุดหนึ่งของเมืองไทย ที่จริงต้นจามจุรียักษ์อยู่ไม่ไกลจากวัดถ้ำเสือแต่ทางไปจะวกวนซับซ้อนหน่อย เราเปิด Google Map ก็ยังสับสนเลย back to basic เปิดกระจกถามทางจากชาวบ้านแทน ต้นจามจุรียักษ์ตั้งอยู่ใน “กองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1”  เมื่อขับรถเข้าไปข้างในกรมจะมีทางแยกซ้ายขวาไม่มีป้ายบอกให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปเรื่อยๆจะมีป้ายบอกตลอดทาง ไม่มีค่าเข้าชม เวลาเปิด 06.00 – 18.00 น.

ต้นจามจุรียักษ์ ต้นนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี ลำต้นใหญ่มากกกกกกกกก ใบและกิ่งก้านแผ่นออกมาคลอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1 ไร่เลย รอบๆบริเวณนั้นมีร้านขายของของชาวบ้านด้วย ขายไม่แพง แวะซื้อน้ำซื้อขนมไปนั่งทานใต้ต้นก็เพลินดีนะ ลองดูๆๆๆ และเช่นกันเราชอบที่นี่มากกกกก ใครมาเที่ยวเมืองกาญจน์แล้วอย่าพลาดที่นี่นะ A Must toooo

Picture 1483
ต้นจามจุรียักษ์ หรือ ต้นก้ามปูยักษ์ อายุประมาณ 100 ปี แผ่กิ่งก้านสาขากินพื้นที่ประมาณไร่ครึ่ง อลังการมากกกกกก
Picture 1488
เป็นศิลปะที่สวยงามมากๆๆๆ

แผนที่ต้นจามจุรียักษ์

++++++++++++++

จากนั้นเราจะเริ่มเข้าเมืองกันแล้วค่ะ และอย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าหลานชายของเราสนใจประวัติศาสตร์ม๊ากๆๆๆๆ โดยเฉพาะเรื่องสงครามโลก เราก็เลยพาหลานไปที่ “สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก)” โดยมีคุณย่าเป็นไกด์จำเป็นคอยเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นให้หลานฟัง ณ จุดนั้นเมื่อไปถึงแล้วก็รู้สึกหมองเศร้านิดๆเพราะที่นี่เป็นที่ฝังศพทหารเชลยศึกเกือบ 7,000 คน ที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะจากกาญจนบุรีไปพม่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นหล่ะ

 

Picture 1503
ก่อนจะทัวร์ต้องมีอินโทรกันนิดนึง
Picture 1506
เนื่องจากสุสานนี้ตั้งอยู่บนถนนหลักทางเข้าตัวเมืองกาญจนบุรีเลยค่ะ เลยมีนักท่องเที่ยวแวะเรื่อยๆ
Picture 1507
ผู้ที่มาเยี่ยมชมที่นี่ควรสำรวจกิริยานิดนึงนะคะ เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวและมักจะมีญาติของผู้เสียชีวิตมาสักการะหลุมศพเป็นประจำค่ะ
Picture 1514
ภายในสุสานจะมีป้ายให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและที่มากระจายอยู่หลายจุด
Picture 1516
Rest In Peace
Picture 1518
มีแม่ค้ามาขายของที่ระลึกหน้าสุสานคุณหนูน้อยก็คว้าหนังสือเล่มนี้ทันที ก็ต้องจัดให้นะคะ

แผนที่สุสานทหารสัมพันธ์มิตร

++++++++++++++++++

เอาหล่ะค่ะหลังจากเที่ยวกันมาหลายจุดแล้วก็ถึงเวลาพักผ่อนบ้าง ทริปนี้เราเลือกพักโรงแรมใหม่ในเมืองกาญจน์ชื่อ โรงแรมพรีลูด โดยจองผ่าน Agoda ค่าที่พักรวมอาหารเช้าห้องละ 1,375 บาท เท่านั้นค่ะ โรงแรมใหม่มากกกกกกกกกก ห้องพักดีมากกกกกกกก สระว่ายน้ำก็กว้างมากกกกกกกกก อาหารเช้าก็มีให้เลือกทานหลายอย่าง แต่ข้อเสียมีนิดนึง คือ หาทางเข้ายากอยู่ เราเปิด Google Map ก็หาไม่เจอ สุดท้ายเลยถามคนแถวนั้น คงเป็นเพราะเป็นโรงแรมเปิดใหม่ ป้ายก็เลยยังไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้น่าจะโอเคขึ้นแล้วหล่ะเพราะผ่านมาปีหนึ่งแล้ว

Picture 1537
โรงแรมใหม่มากๆ ที่ตั้งอยู่นอกเมืองนิดนึง แต่ไม่ไกล ขับรถจากสะพานข้ามแม่น้ำแควประมาณ 10 นาที
Picture 1533
อาคารห้องพักสีสรรสดใส
Picture 1530
ห้องพักกว้าง สะอาด เตียงนุ่ม นอนสบาย มีระเบียงและห้องน้ำกว้าง
Picture 1534
สระว่ายน้ำกว้างมากกกกกกก มีสระเด็กด้วย ตอนบ่ายสามารถเล่นน้ำได้สบายเพราะอาคารบังแดดหมดเลย
Picture 1545
โรงแรมนี้เลือกใช้สีสดใสในการทาอาคาร เลยมีหลายจุดที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก เช่นจุดนี้เป็นต้น

แผนที่โรงแรม Prelude Hotel กาญจนบุรี

++++++++++++++++++

คืนนี้เรามีโปรแกรมไปชมแสงสีเสียงที่งานสัปดาห์ข้ามแม่น้ำแควฯ ซึ่งทางจังหวัดกาญจนบุรีจะจัดขึ้นทุกๆปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม และใครที่สนใจอยากไปชมแสงสีเสียงก็สามารถโทรไปจองบัตรเข้าชมและไปรับบัตรที่หน้างานได้ค่ะ ค่าบัตรเข้าชมคนละ 300 บาท และในบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควก็จะมีการออกร้านขายของเหมือนงานประจำปีเลยค่ะ ก็สนุกอีกแบบ

Picture 1587
แสง สี เสียง ตระการตามากๆ
Picture 1602
การแสดงจะมีหลายชุด ทั้งแสง สี เสียง เอฟเฟคเสียงระเบิด การแสดงจากนักแสดงและปิดท้ายด้วยการโชว์พลุชุดใหญ่
Picture 1557
อันนี้ไม่เกี่ยวกับงาน แต่เห็นแล้วชอบ ฮาาาาาาาาาา

แผนที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว

++++++++++++++++++

จบการแสดงแล้วเราก็กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน.. และทริปนี้เรายังมีโปรแกรมเที่ยวพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน ตามมาๆๆๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเราก็ล้อหมุนมุ่งหน้าไปที่ “พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด” ซึ่งเป็นครั้งแรกเลยที่เรามาที่นี่ ถ้าไม่เพราะคุณหลานเราก็คงไม่มาแล้วก็คงไม่ทราบว่าที่เมืองไทยก็มีพิพิธภัณฑ์ดีๆกับเขาเหมือนกัน และที่นี่เราขอปักหมุดให้เป็น A Must to Visit อีกที่เลยค่ะ!!!

พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เป็นที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากๆๆๆๆเพราะนอกจากจะมีการจัดแสดงภาพ สิ่งของ เครื่องมือเครื่องใช้ของเชลยศึกที่ใช้ในการสร้างทางรถไฟสายมรณะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ยังเป็นสถานที่จริงบริเวณช่องเขาขาดที่เป็นเส้นทางการสร้างรถไฟสู่ประเทศพม่าอีกด้วย

Picture 1649
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด – Hellfire Pass
Picture 1647
รูปจำลองเชลยศึกที่ถูกบังคับให้สร้างเส้นทางรถไฟผ่านเข้าไปยังป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายจากโรคไข้ป่าและความอดอยากในภาวะสงคราม ทำให้เชลยนับหมื่นคนต้องล้มตายลง
Picture 1628
เส้นทางรถไฟสายมรณะนี้ถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเส้นทางที่ต้องใช้ หนึ่งไม้หมอนต่อหนึ่งชีวิต ‘A life for every sleeper’
Picture 1648
พิพิธภัณฑ์นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเชลยศึกที่ได้รับบาดเจ็บและล้มตายจากการสร้างรถไฟสายมรณะจากประเทศไทยไปยังประเทศพม่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ส่วนช่องเขาขาดที่เป็นสถานที่จริงๆที่ใช้ในการก่อสร้างรถไฟสายมรณะจะอยู่ด้านหลังของอาคารพิพิธภัณฑ์ โดยมีเส้นทางการเดิน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแรกจะอยู่ด้านล่างเป็นแนวรางรถไฟที่ระยะทางไม่ไกลมาก เดินชมเล่นๆก็เพลินดี  ส่วนอีกเส้นทางจะต้องเดินขึ้นบันไดไปบนเขาเพื่อชมวิวจากช่องเขาขาดลงมา อันนี้ต้องร่างกายแข็งแรงนิดนึง ออกแนว Trekking ต้องใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 3-4 ชั่วโมง ใครฟิตๆจะลองเดินไปดูก็ได้นะ

Picture 1667
ส่วนที่เป็นทางรถไฟที่ช่องเขาขาด สถานที่จริง ก่อสร้างกันจริง คนตายที่นี่กันจริงๆ
Picture 1673
เส้นทางรถไฟช่วงนี้ไม่ได้เปิดใช้งาน เป็นเพียงแค่อนุสรณ์ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
Picture 1698
มีคนมากมายที่มาไว้อาลัยให้แก่ผู้สูญเสียในเหตุการณ์นี้
Picture 1688
อันนี้ของแถม.. คุณปู่ถ่ายรูปคุณหลานและได้รับกำลังใจจากกองเชียร์สาวๆเพียบเลย

การเดินทาง: พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดนี้ตั้งอยู่บริเวณกองการเกษตรและสหกรณ์ กองกำลังทหารพัฒนา อำเภอไทรโยค ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ประมาณ 80 กิโลเมตร เมื่อขับรถเลยน้ำตกไทรโยคน้อยไปประมาณ 20 กิโลเมตร ก็จะเจอทางเข้าพิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ ไม่ต้องกลัวหลงนะคะ เปิด Google Map แล้วขับตามไปได้เลย อ่อ.. ที่นี่เข้าชมฟรีด้วยนะคะ ประเสริฐมากกกกกกกก

แผนที่พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด

+++++++++++++++++++

จากพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด เราจะไปอีกที่หนึ่งซึ่งเป็นที่เที่ยวสุดท้ายในทริปนี้แล้ว คือ “ถ้ำกระแซ” ซึ่งอยุ่ที่ อ.ไทรโยค เหมือนกันและไม่ไกลจากช่องเขาขาดเท่าไหร่  ถ้ำกระแซเป็นจุดชมวิวที่สวยและน่าหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน ถ้าใครนั่งรถไฟสายกรุงเทพ-น้ำตก หรือ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” (The Death Railway) ก็จะผ่านเส้นทางนี้ด้วย สำหรับใครที่ขับรถไปก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟถ้ำกระแซได้เลย หาไม่ยาก เปิด Google Map นำทางแล้วไม่หลงแน่นอน  ณ จุดนั้นก็มีทั้งถ้ำและรางรถไฟที่สามารถไปเดินถ่ายรูปชมวิวได้ แต่ต้องเลือกช่วงจังหวะเวลาดีๆนะเพราะทางรถไฟสายนี้ยังใช้งานอยู่ เราเดินเล่นสักพักก็จะมีเสียงเตือนว่าให้หลบรถไฟ ก็วิ่งหาที่หลบกันดีๆนะจ๊ะ

Picture 1706
ณ สถานีรถไฟถ้ำกระแซ
Picture 1720
นี่หล่ะ.. เส้นทางรถไฟสายมรณะฝีมือสร้างแบบ Handmade จากเชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
Picture 1726
ภายในถ้ำจะเป็นโถงกว้างๆและมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
Picture 1718
จากเส้นทางรถไฟที่ถ้ำกระแซเราจะเห็นวิวแม่น้ำแควใหญ่สวยงามมากๆ

แผนที่ถ้ำกระแซ

สำหรับใครที่มีเวลามากกว่า 1 คืน เราอยากแนะนำให้มาพักที่ อ.ไทรโยค แถวๆถ้ำกระแซนี่แหละ บรรยากาศดีมากกกกกกก สวยงาม ร่มรื่น เหมาะกับการเดินเล่นหรือปั่นจักรยานชมวิวมากๆๆ และเราก็แอบเห็นว่าก็มีรีสอร์ตและที่พักหลายๆที่เลย ลองค้นกันดูนะคะ ใครเบื่อความวุ่นวายในเมืองก็ลองมา slow life ที่ อ.ไทรโยคดู และขอปิดทริป ณ ที่นี้เลยนะ .. จบแร่วววววววววว


 

ค้นหาที่พักในจังหวัดกาญจนบุรี คลิกตรงนี้ได้เลยนะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s